‘ความโกรธ ของประชาชน’ นั้นเป็นของจริง!!!

‘ความโกรธ ของประชาชน’ นั้นเป็นของจริง!!!

การเมืองไทย-พม่า เผด็จการแฝดแห่งภูมิภาค

2 มี.ค. 2564 - 22:18 น.
 
 
 

คอลัมน์ ข่าวข้น คนเข้ม

การเมืองไทย-พม่า เผด็จการแฝดแห่งภูมิภาค – หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับประจำวันพุธที่ 3 มีนาคม พุทธศักราช 2564 แรม 5 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด…

เข้าฤดูร้อนเต็มพิกัด อากาศใกล้ 40 องศา ในแทบทุกพื้นที่ แต่ที่ร้อนกว่าคือ การเมืองไทย-พม่า ที่กลายเป็น “เผด็จการแฝดแห่งภูมิภาค” ใครจะไปก่อนใคร เป็นเรื่องสนุกแบบเศร้า ทายท้ากันในสภากาแฟ…

ร้อนใน ยังรับไม่ไหว แต่ที่ร้อนกว่าคือ ร้อนนอก โจ ไบเดน แห่งอเมริกา เดินหน้าเต็มตัว วันนี้แค่ปราม สั่งอายัดเงิน “มิน อ่องไหล่” กับ นายพลคณะยึดอำนาจ แถมยังขู่ เรื่องจะใช้กำลัง ถ้ายังไม่ปล่อยอำนาจ…

พม่าไม่เหมือนเวียดนาม คนพม่าสู้ทหารเต็มแผ่นดิน ส่วนเวียดนาม-มะกันอยู่ตรงข้ามประชาชน แต่พม่า-มะกันยืนข้างประชาชน หม่องลายกับสหาย จะไปแบบ โงดินห์เดียม

มองเข้าบ้าน เรื่อง ม็อบ ยังท้าทายไม่เลิกรา และนับวันจะยิ่งหลากหลาย รูปแบบใหม่ “ไม่มีแกนนำ” เป็นมหกรรมสู้อำนาจรัฐ ล่าสุด “หน้าบ้าน นายกรัฐมนตรี” หน้าค่ายทหาร…

งานนี้ “พญาไม้” ว่า อำนาจรัฐพลาดทางการเมือง เหตุผลของม็อบบุกบ้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “ปิดถนนวิภาวดี” ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส ม็อบจะถูกก่นด่ามากกว่าเยินยอ แต่เมื่อเอาตำรวจสกัดกั้นใช้กระสุน ใช้แก๊ส “คนมือเปล่ากับอาวุธครบมือ” และ “เพื่อคนคนเดียว” ความเห็นใจจึงกลับไปเป็น ของม็อบ…

ยังเป็นควันหลง เรื่องเข้าคุกของ “คณะกปปส.” ที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นตัวนำ ตามมาด้วยสานุศิษย์ ทั้งรัฐมนตรี ทั้งสอสอ “พญาไม้” หาข่าวมาขาย จำเลยทั้งหลายรู้และทำใจล่วงหน้า…

ก่อนหน้าวันพิพากษา ส่วนบนของ พลังประชารัฐ คุยกันล่วงหน้าเรื่อง ปรับคณะรัฐมนตรี

คดีแบบเดียวกันที่ นครศรีธรรมราช ถึง ฎีกา จำเลยถูกจำคุก…

 

มิถุนายน วัคซีนไทยจะผลิตได้ใช้ได้ แต่ถึงวันนั้น “วัคซีนจะล้าสมัย” เพราะการใช้แบบพ่นใส่จะสะดวกและปลอดภัยกว่า อนุทิน ชาญวีรกูล อย่าตกข่าว…

จีดีพี หล่นสวนทางกับ หนี้ครัวเรือน ที่พุ่งขึ้น คือข้างหน้าของราชอาณาจักรไทย งบประมาณที่จะเก็บได้ วันนี้วังเวง…

หัวหน้าพรรคแกนยักษ์รัฐบาล พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อนาคตชาติเป็นของพรรค แกนนำ กับ “นายกฯ ตู่”

ถนนยุคใหม่ มันต้องราบเรียบ 180 องศา แต่ปัญญา กรมทางหลวงไทย มันยังเหมือนเมื่อร้อยปี เนวิน ชิดชอบ สั่งลงไปที ถนนใหญ่จากนี้ “ขุดเขา-เข้าถ้ำ-ทำสะพาน”

ถาม “พญาไม้” จะมีเลือกตั้งใหม่ไหมปีนี้ ? ตอบว่าเรื่องอยู่จนครบ 4 ปี ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้า “มะกันยึดทรัพย์นายพลไทย” เมื่อไหร่ การเมืองไทยก็อลเวง…

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_6050503

*****

***********

*******************

ม็อบ 28 กุมภา ความโกรธของประชาชน

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/relevant/news_6050162

2 มี.ค. 2564 - 22:20 น.
 
 
 
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

ม็อบ 28 กุมภา – กลายเป็นเหตุที่ใช้ความรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่มาชุมนุมขับไล่รัฐบาล สำหรับเหตุการณ์ม็อบ 28 กุมภา ที่นัดหมายกันมาชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 1 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านพักหลวง ของพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม

ถือเป็นการชุมนุมรูปแบบใหม่ที่ไม่มีแกนนำ มีแค่เจตนารมณ์ร่วมกันคือไม่เอา พล..ประยุทธ์เป็นแรงขับ

น่าเสียใจที่เจ้าหน้าที่เลือกใช้วิธีรุนแรง ทั้งรถฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง สาดใส่ผู้ชุมนุมอย่างไม่ลืมหูลืมตา

เพียงเพื่อรักษาพื้นที่หน้าบ้าน นายกฯ ให้สงบราบคาบ

และน่าหดหู่ยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อพล..ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าเกิดความรุนแรงขึ้นจริง และพูดจาเสมือนเรื่องปกติที่ตำรวจจะเอาปืนใส่กระสุนยางที่ซื้อจากภาษีอากรไปไล่ยิงประชาชน

โดยอ้างว่าความรุนแรงเกิดขึ้นจากประชาชนก่อน!??

เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นเพราะอีกฝ่ายหนึ่งต้องระลึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช่นักเลงหัวไม้ที่มายกพวกตีกันจะได้เอาสะใจเข้าว่า

ที่สำคัญการตอบโต้ขว้างปาสิ่งของของประชาชนก็หาได้จากแถวๆนั้นไม่ได้เตรียมอาวุธที่เป็นชิ้นเป็นอันมาก่อเหตุ

 

จึงปรากฏเป็นภาพเจ้าหน้าที่ใช้ปืนกระหน่ำยิงกระสุนยางอย่างถี่ยิบเผยแพร่ออกมาทั่วไปหมด

 

ไม่เพียงแค่นั้นการใช้ความรุนแรงโดยรัฐ นอกจากไม่ช่วยแก้ไขปัญหาแล้ว ยังทำให้เรื่องลุกลามบานปลายมากขึ้น

อย่างที่จะเห็นได้จากการรวมตัวที่สน.ดินแดงหลังการสลายการชุมนุม

หากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นทั่วกทม. หรือทั่วประเทศจะดูแลรับมือกันไหวหรือไม่

จะสั่งยิงด้วยกระสุนยาง จะสั่งจับขังให้หมด แล้วมันจะจบจริงเหรอ!??

ก็เหมือนที่เคยบอกไว้ว่าปราบได้ก็ปกครองไม่ได้

ส่วนในเรื่องของผู้ชุมนุมก็ต้องยอมรับว่าการชุมนุมแบบไร้แกนนำถือว่าอันตรายติดต่อสื่อสารกันยากลำบากต่างคนต่างทำต่างคนต่างคิด

ซึ่งก็ควรทบทวนท่าที เพราะเสี่ยงเหลือเกินกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามกรณีนี้ก็ยืนยันชัดเจนได้อย่างหนึ่งว่าความโกรธ ของประชาชนนั้นเป็นของจริง!!!

รุก กลางกระดาน

******

********************************

*********************************************

 

บ้านพักหลวง ฟืนอีกท่อนในกองไฟ

2 มี.ค. 2564 - 22:21 น.
 
 
 
คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

บ้านพักหลวง ฟืนอีกท่อนในกองไฟ : น่าสังเกตว่า หลังจากม็อบนักเรียนนักศึกษาหยุดพักไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว พอกลับมาอีกครั้งเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บรรยากาศในการเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ เริ่มร้อนแรงมากกว่าเก่า อารมณ์ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

อาจจะเป็นเพราะนโยบายระดับรัฐบาลนั้น แข็งกร้าวใส่แกนนำผู้ชุมนุมมากขึ้น มีการเพิ่มข้อหา มีคดีมากขึ้น ไปจนถึงการถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัว

ดังที่มีคำเตือนเอาไว้ว่า ถ้าระดับรัฐบาล ยังไม่มีนโยบายคลี่คลายปัญหา เช่น รับฟังข้อเรียกร้องเป็นเรื่องเป็นราว หาทางออกที่พอเหมาะพอควร

แต่ใช้วิธีผลักปัญหาไปให้ตำรวจ ไปควบคุมม็อบ ไปเผชิญหน้ากับม็อบเอาเอง พร้อมกับเร่งใช้คดีมาตัดทอนกำลัง

เช่นนี้แล้ว มีแต่จะยิ่งผลักให้สถานการณ์ไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ

เหตุการณ์ม็อบ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงเกิดภาพจลาจลอลหม่านและความรุนแรงชัดเจน

เอาเข้าจริงๆ เป็นผลเสียกับรัฐบาลมากกว่า วิจารณ์กันอื้ออึงว่า เพราะเป็นบ้านหลวงที่นายกฯพักอาศัย เลยต้องจัดการกันเด็ดขาดขนาดนี้กระมัง!?

เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนทั่วไป อันเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว พูดกันจนไม่เป็นผลดีกับนายกฯ

คล้ายกับต้องสั่งระดมกำลัง ต้องใช้กระสุนยางเด็ดขาด

เพื่อปกป้องไม่ให้ม็อบไปยุ่งเกี่ยวกับบ้านพักของนายกรัฐมนตรี
แล้วพูดกันจริงๆ กรณีการพักบ้านหลวง ที่ฝ่ายค้านเคยหยิบยกขึ้นมา เคยร้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ

 

ประเด็นนี้เป็นจุดอ่อนอีกจุดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา!

 

หยิบขึ้นมาพูดทีไร ก็กลายเป็นผลลบทางการเมือง

จะอ้างว่า ศาลได้ชี้แล้ว ไม่มีความผิด แต่คงไม่สามารถลบอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในสังคมได้

พูดทีไรก็เป็นข้อเปรียบเทียบกับนายกฯพลเรือน ลุกลามไปถึงข้อวิจารณ์เรื่องค่าน้ำค่าไฟ!

กลายเป็นประเด็นอภิสิทธิ์ชน เป็นเรื่องเหลื่อมล้ำ กระเทือนไปถึงระบบกองทัพ ที่มีความพิเศษอะไรมากมายกว่าหน่วยงานอื่นๆ

ขนาดช่วงโควิด พอรัฐบาลออกมาตรการปิดธุรกิจต่างๆ ก็เกิดข้อโต้แย้งว่านึกถึงปากท้องชาวบ้าน ที่ไม่มีบ้านหลวงอยู่ฟรีหรือไม่ อะไรทำนองนี้

นี่แค่เรื่องเดียว ยังมีอีกหลายเรื่องที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ นำมาเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดง่ายๆ ใครก็รู้ว่าคนวัยหนุ่มสาวพลังความเร่าร้อนนั้นขนาดไหน

รัฐบาลต้องยอมรับ และรู้จักคิดแก้ ยอมคุยหรือยอมถอยเพื่อลดเงื่อนไขความรุนแรงลงไปบ้าง

แค่เรื่องบ้านพักเรื่องเดียวก็ยังไม่คิดหาทางแก้

ไม่รู้จักถอนฟืนออกไปบ้าง สุดท้ายไฟจะลุกท่วมจะหยุดไม่อยู่!!

วงค์ ตาวัน

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/blunt-opinion/news_6050196

 

 

  • รัก
    6
  • ฮ่าฮ่า
    6
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    6

4 ความเห็น

 
ICT

ธรรมะรักษาเมือง

https://www.thairath.co.th/news/politic/2042124

3 มี.ค. 2564 05:01 น.

เปิดยูทูบเจอหัวข้อ “จิตนิพพาน” มีภาพสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ดึงดูดใจให้ผมแตะฟัง คำถามฟังเหมือนจากโยมอาวุโส ขอให้ท่านสอนเรื่อง “นิพพาน” จะเอาไปสอนลูกสอนหลานต่อ

สำหรับผม นี่เป็นคำถามหัวข้อธรรมข้อใหญ่ มีความลึกซึ้งซับซ้อนจนน่าจะเกินสติปัญญาญาติโยมและลูกหลานจะเข้าใจง่ายๆ

น้ำเสียงพระเดชพระคุณอาจารย์เปี่ยมเมตตา ท่านสอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายๆได้อย่างน่าอัศจรรย์

“เอาแค่ทำใจให้ “ปราโมทย์” ก็แล้วกัน”

ท่านยกคำบาลี “ปาโมชฺชพหุโล” แล้วอธิบาย พระพุทธเจ้าตรัสสอนบ่อยๆ ว่าพลังแห่งความปราโมทย์ คือภาวะจิตที่เบิกบาน บันเทิงนั้น ทำให้จิตเปิดรับ ปัญญา และสุดท้ายไปลงตัวที่สมาธิ

ธรรมะชุดนี้เริ่มต้นด้วย ปาโมช (ความเบิกบาน) ปีติ (ความอิ่มใจ) ปัสสัทธิ (ความผ่อนคลาย) และ จบ ที่สุข

จิตที่สุข สมาธิก็เกิด ปัญญาก็เกิด

พระเดชพระคุณอาจารย์ เอ่ยคำบาลี แต่ผมจดทันแต่คำแปล “ผู้มากปราโมทย์ จะทำทุกข์ให้สิ้น”

การทำทุกข์ให้สิ้น ก็คือความหมายของนิพพาน เป็นอันว่า ท่านอาจารย์ใช้คำสอนสั้นๆ โดยย้ำว่า “ถ้าอยากนิพพาน ก็รักษาจิต อย่าโกรธเท่านั้นก็พอ

หากมีใครมาชวนทะเลาะ ก็ต้องพยายาม “ปราโมทย์ไว้ๆ” ไม่ทะเลาะกัน”

ถึงตอนนี้ มีเสียงพระหนุ่มถาม ถ้ากระนั้น ความสนุกบันเทิง จากทางโลก หนังละคร ดนตรี...ก็คือความปราโมทย์ เหมือนกันหรือไม่

พระเดชพระคุณอาจารย์ ตอบว่า จิตปราโมทย์แบบนี้ต้องรู้เท่าทัน อย่าหลงระเริงไป แต่เรื่องเพลงนั้น พระพุทธเจ้า ไม่ถึงกับทรงห้ามขาด ไม่ให้ใช้

ถ้าใช้เพลงเกื้อกูลให้เข้าใจในทางธรรม ก็ใช้ได้เหมือนกัน

เรื่องจิตนิพพาน ที่พระเดชพระคุณอาจารย์สอน “นิพพาน” ไม่ใช้เรื่องยากไกลตัว ทำได้ด้วยใจตัวเอง

ได้นิพพานที่เป็นยารักษาใจมนุษย์แล้ว ผมก็นึกขึ้นมาได้ยา “ปราโมทย์” ขนานนี้ น่าจะใช้รักษาอาการป่วยทางเศรษฐกิจของบ้านเมืองได้

ตลอดปีสองปีที่ผ่านมา รัฐบาลสู้กับโควิด-19 ด้วยการย้ำเขย่าใจคนไทยให้รักษาตัวกลัวภัย ไม่ออกจากบ้าน ไม่เข้าใกล้ใคร...

ผลก็คือ กลไกเศรษฐกิจประเทศล่มสลาย คนจนๆจะอดตายกันทั้งบ้านทั้งเมือง

ช่วงโควิดรอบ 2 รัฐเริ่มรู้ชัดเจนว่า พิษของโรคเศรษฐกิจ รุนแรงกว่า พิษจากโควิด-19 เมื่อพยายามควบคุมจำกัดจุดแพร่โรคใหญ่ได้แล้ว ก็เริ่มผ่อนคลาย

คำสั่งสุดท้าย ยอมให้กินเที่ยวได้ ไม่เกินห้าทุ่ม ก็แค่นี้

วันหยุดสามวันที่ผ่านมา รถบนถนนเริ่มติด เส้นทางไปต่างจังหวัดที่รถบางตามาแรมปีเริ่มมีรถหนาตา

เพื่อนผมเล่าว่า เส้นทางสายใต้ออกจากกรุงเทพฯ กว่าจะไปถึงปราณบุรีใช้เวลาห้าชั่วโมง

ตลาดอัมพวาที่ผมเพิ่งบ่นๆไปสองวันที่แล้ว วันหยุดที่ผ่านมา เริ่มมีผู้คนแวะเวียนไปเดิน

สถานการณ์ของบ้านเมือง ก็เป็นเช่นที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ท่านว่า แค่ทำใจให้ปราโมทย์ คือ รื่นเริงบันเทิงเข้าไว้ อะไรๆที่ซึมเซาอับเฉาก็พลิกฟื้นสดชื่นทันตาเห็น

ส่วนเรื่องการเมืองนั้น สถานการณ์นี้ ฝ่ายค้านเดินหมากนั่งบนภูดูเสือสู้กัน ปราโมทย์ไปพลางๆ เพราะจบอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายรัฐบาลเริ่มหันมาตะลุมบอนแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันเอง.

กิเลน ประลองเชิง

 

 

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    6
  • ว้าว
    7
  • เศร้า
    6
คุณรู้สึก ว้าว
 
ICT

 SMEs มีปัญหา ปรึกษาพี่ Tony เมื่อวันที่ มีนาคม 2564"

 

  • รัก
    7
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    6
 
ICT

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "ชีวิตไม่มีวัน จะตกต่ำ ถ้ามีความกตัญญ รู้คุณคน เพจ สบายตา"

  • รัก
    6
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    7
  • เศร้า
    7
 
3 ส

ไอ้เห้เผด็จการไทย-พม่า
โกรธแล้ว

  • รัก
    7
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    6