แถ...ไม่มีแผ่ว !!! แต่อีกไม่นานการแพร่ระบาดรอบที่ 4 ต้องเกิดขึ้นแน่นอน

แถ...ไม่มีแผ่ว !!! แต่อีกไม่นานการแพร่ระบาดรอบที่ 4 ต้องเกิดขึ้นแน่นอน

“ธนกร” ป้อง “บิ๊กตู่” ทำงานเต็มที่ ยันยอดโควิดทะลัก เพราะรบ.เร่งตรวจเชิงรุก

 
 
 

“ธนกร” สวน ”พิธา” นายกฯ ไม่ล้มเหลว ยังทำงานเต็มที่ แจงยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ทะลุแสนคนเพราะเร่งตรวจเชิงรุก เหน็บจี้นายกฯ ลาออกเพราะหวังจะมานั่งแทน ไม่ได้ห่วงประชาชนจากใจจริง โต้”จาตุรนต์”ถ้าไม่คิดช่วย ก็อย่าขวาง

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ กล่าวถึงกรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาออกเพราะไร้ความสามารถในการบริหารจัดการแก้ปัญหาโควิด-19 ว่า ตนบอกนายพิธาไปหลายครั้งแล้วว่า เวลานี้ ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาชนะคะคานทางการเมือง แต่เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าวิกฤติโควิด-19ไปให้ได้ ตนอยากถามนายพิธาว่า พล.อ.ประยุทธ์ลาออกแล้วปัญหาโควิด-19จบใช่หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ แต่สถานการณ์อาจจะหนักกว่าเดิม เหมือนเปลี่ยนม้ากลางศึก หรือนายพิธาคิดแค่ให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกเพื่อให้ฝ่ายค้านมาเป็นรัฐบาลเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ทุ่มเททำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์อย่างหนัก เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 ปรับแผนงานให้ทันสถานการณ์ตลอดเวลา ไม่ได้ล้มเหลวแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นจัดหาวัคซีนเพิ่มจาก 100 ล้านโดสเป็น150 ล้านโดสเพื่อเร่งฉีดให้กับประชาชน 50 ล้านคนภายในปี64 รวมไปถึงการออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน ฯลฯ ส่วนกรณีที่นายพิธาบอกว่าพล.อ.ประยุทธ์รวบอำนาจ ทำงานแบบ one man show นั้นก็ไม่เป็นความจริง ท่านนายกฯ กระจายอำนาจ ทำงานเป็นทีม มีแต่นายพิธาที่อยากจะ one man show ทั้งที่ไม่มีอะไรให้โชว์ ส่วนกรณีที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมขึ้นมา 1 แสนคนนั้นก็เพราะมีการตรวจเชิงรุก นายพิธามีอคติเกินไป พอตัวเลขน้อยก็หาว่าปกปิด พอตัวเลขมากก็บอกว่าล้มเหลว นายพิธาไม่ช่วยแล้วยังโจมตีการทำงานของรัฐบาลอีก ถือว่าใช่ไม่ได้

 
 

นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฟันธงว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ทิ้งเก้าอี้นายกฯ ง่ายๆ นั้น ตนอยากให้นายจาตุรนต์อดใจรอหน่อย ไม่เกิน 2ปีก็เลือกตั้งใหม่แล้ว ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ทำงานให้ประชาชนก่อน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาโควิด-19 ตนเห็นใจนายจาตุรนต์ เพราะอาจจะเป็นสมัยสุดท้ายแล้วก็ได้ ส่วนกรณีที่นายจาตุรนต์บอกว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากใครทั้งสิ้นก็ไม่เป็นความจริง พล.อ.ประยุทธ์รับฟังความเห็นทุกฝ่าย และการแก้ปัญหาโควิด-19 ท่านก็ฟังคำแนะนำจากคณะที่ปรึกษาที่เป็นอาจารย์หมอผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นพ.อุดม คชินทร นพ.ประสิทธิ วัฒนาภา นพ.ยง ภู่วรวรรณ ฯลฯ นายจาตุรนต์ไม่ควรสาดโคลนใส่ท่านนายกฯ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ บุคลากรทางการแพทย์ฯ เพราะฉะนั้น ฝ่ายการเมืองควรรู้กาลเทศะบ้าง ไม่ใช่ออกมาโจมตีรัฐบาลเช้า กลางวัน เย็น ถ้าไม่คิดช่วย อย่างน้อยก็อย่าขวาง แล้วประชาชนจะตัดสินใจธาตุแท้นักการเมืองเอง

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

4 ความเห็น

 
ICT

https://www.matichon.co.th/politics/news_2726930

09.00 INDEX แนวโน้ม เปลี่ยน “ม้า” มีความชัด ซัดกระหน่ำ ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

 

09.00 INDEX แนวโน้ม เปลี่ยน “ม้า” มีความชัด ซัดกระหน่ำ ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ไม่ว่าเสียงจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าเสียงจากพรรคก้าวไกล ไม่ว่าเสียงจากพรรคเสรีรวมไทย ไม่ว่าเสียงจากพรรคประชาชาติ มีความแจ่มชัด

ความแจ่มชัดในที่นี้มิได้หมายถึงการไม่เอา การไม่ยอมรับต่อบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หากที่สำคัญเป็นอย่างมาก คือ แผนในการเข้าไปแทนที่

แม้ว่าความเป็นไปได้ในการเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อภายใต้ระบบ รัฐสภาปัจจุบันที่มี 250 ส.ว.ค้ำยัน

กระนั้น ที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ พรรคร่วมฝ่ายค้านมีแผนมี พิมพ์เขียวทางการเมืองอย่างไร หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนผู้เล่น จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้อื่น

เพราะบทสรุปจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลมีความแจ่มชัดและตรงเป้าอย่างยิ่ง ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอ ชา นั่นก็คือ มิใช่ไม่มี “อำนาจ” แต่เพราะไม่มี “ความสามารถ”

ความสามารถในฐานะของ “นายกรัฐมนตรี” ต่างหากที่มีความสำคัญ มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมืองและโรคระบาดเช่นที่เป็นมากว่า 1 ปี

 

1 ปีเศษนับจากเดือนมีนาคม 2563 มายังเดือนพฤษภาคม 2564 ให้คำตอบอย่างแจ่มชัดว่า

แม้ “อำนาจ” อยู่ในมือ แต่ปัญหาคือ “ความสามารถ”

อำนาจจากพรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ใน มือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาอย่างต่อเนื่อง แต่โควิดก็ยังแพร่ระบาดมาแล้วเป็นรอบที่ 3 และทวีความรุนแรง

และเมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน 2564 ก็สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาวัคซีนออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ขณะที่ทั่วโลกเขามีความพร้อมมากกว่า

อย่าถามว่ามีแสงสว่างปรากฏ ณ ปลายอุโมงค์หรือไม่

 

จึงมีความจำเป็นที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะต้องมี “แผน” ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมว่า หาก “อำนาจ” อยู่ในมือจะใช้ “ความสามารถ” อย่างไร ที่เหนือกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เพราะอีกไม่นานการแพร่ระบาดรอบที่ 4 ต้องเกิดขึ้นแน่นอน

และ “อำนาจ” ที่เคยเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องถูกพรากออกไปอย่างมิอาจยื้อยุดต่อไปได้อีก

จำเป็นที่พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องสำแดง “พิมพ์เขียว” ออกมา

 

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2093436

เชื้อทิ้งแถว

ระหว่างคนสองฝ่าย ที่เชื่อและไม่เชื่อหมอ ผมเป็นคนฝ่ายเชื่อหมอ จึงไม่ลังเลที่จะนั่งพับเพียบ รอวันนัดหมายไปฉีดวัคซีนที่จะถึงราวกลางเดือนหน้า และหวังว่าจะมีชีวิตถึงวันนั้น แม้มีความหวังแล้ว แต่ก็ยังถูกทัก เชื้อกลายพันธุ์ฤทธ์ิแรงขึ้นทุกวัน ฉีดแล้วจะด้านยา

ก็ต้องเรียนรู้เรื่องเชื้อต่อไป จากเชื้ออังกฤษ ยังมีเชื้อบราซิล เชื้อแอฟริกา เชื้ออินเดีย และที่กำลังกังวลกันก็คือ “เชื้อไทย” แต่ก็ใจชื้น มีหมอใหญ่ออกมายืนยัน ไม่ว่าเชื้อสัญชาติใด ฉีดเข้าไปเถิด วัคซีนยังเอาอยู่

พูดคำว่าเชื้อบ่อยๆ นึกถึงสำนวนโบราณ กลิ่นอายคำ “เชื้อ” สมัยนั้นค่อนไปทางดี

ผมยังจำได้ ถ้าเห็นใครที่มีรูปร่างดี มีสง่าราศี ผู้ใหญ่ที่รู้จัก มักจะกระซิบ “ท่านเป็นคนมีเชื้อฯ”

สำนวนที่ยังพอมีคนพูดกันวันนี้ “เชื้อไม่ทิ้งแถว” อาจารย์กาญจนาคพันธุ์ อธิบายความหมายว่า

“บรรพบุรุษต้นวงศ์ตระกูลเป็นอย่างไร เชื้อสายสืบมาก็เป็นอย่างนั้น”

ในเสภาขุนช้างขุนแผน สมเด็จพระพันวษา รับสั่งถึงพลายงาม “กูดูหน้าตาก็คมสัน น้ำใจในคอก็พ่อมัน”

พ่อพลายงาม ก็ขุนแผนสะท้าน ที่เก่งทั้งทางรบทางรักนั่นปะไร

ทั้งขุนแผนทั้งพลายงาม ทำคุณงามความดีไว้กับแผ่นดินมาก ตอนที่สองพ่อลูกคุมทัพไปตีเชียงใหม่ได้ สมเด็จพระพันวษา ท่านก็ตรัสชมเชย ลำเลิกเชื้อสายไปถึงพ่อขุนแผนอีกที

“มิเสียทีอ้ายนี่เหลาขุนไกร ทั้งลูกหลานชาญชัยไวปัญญา”

ใครที่รู้เรื่องขุนช้างขุนแผนอยู่บ้าง คงพอจำได้ “ขุนไกร” ที่พระเจ้าแผ่นดิน ท่านตรัสถึงในเวลาอารมณ์ดี นั้นมีตำแหน่งเป็นนายด่านเมืองกาญจนบุรี วันที่รับงาน ต้อนควายไม่อยู่ ฝูงควายเตลิดเข้าใส่ขบวนเสด็จ

พระพันวษาทรงพระพิโรธ ขุนไกรโทษถึงประหาร ทั้งริบราชบาท คือทั้งทรัพย์สินและลูกเมีย

นิยายเรื่อง ขุนช้างขุนแผน จึงสอนให้รู้ว่า เจ้านายนั้นทรงเหมือนไฟ อยู่ไกลก็หนาว อยู่ใกล้ก็ร้อน ใกล้มากบางคราวก็ไหม้เป็นจุณ

แต่สำนวน “เชื้อไม่ทิ้งแถว” ที่ว่าใช้กันในทางดี ต่อๆมา ก็เริ่มใช้ในทางร้าย คำ “เชื้อชั่ว” เริ่มได้ยินกันบ้าง สำนวนที่พูดกันติดหู แต่ไม่รู้ว่าหมายถึงใคร เชื้อชั่วไม่มีวันตาย

สมัยหนึ่ง ทีวีช่องหนึ่ง โปรโมตหนังชุดเปาบุ้นจิ้น ที่ทำรายได้จากโฆษณามาก ขึ้นแผ่นป้ายโฆษณาใหญ่ เห็นแล้วสะดุดใจ “อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล”

คนชั่วที่ว่า ถ้าปล่อยไว้ก็เหมือนเชื้อโรคร้าย ปล่อยให้ลอยนวลในบ้านเมืองใด บ้านเมืองนั้น เชื้อที่ชั่วก็จะเต็มเมือง

 

เพื่อนฝูงบ่นมา หมู่นี้เขียนเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ไม่สะใจ ผมก็เข้าใจบอกไปว่า บ้านเมืองเราตอนนี้ เจอสงครามโควิด-19 ประชิดเมือง ใครเป็นแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพรอง ก็ต้องประคับประคอง เอาไว้สู้กันจนถึงนาทีสุดท้าย

อย่างตอนนี้ แม้หมอจะออกมาปลอบว่า เชื้อกลายพันธุ์อย่างเชื้ออินเดีย เชื้อแอฟริกา ฯลฯ ที่ว่า ฉีดวัคซีนเข้าไปจะช่วยได้บ้าง รัฐบาลถึงขั้นทำหนังโฆษณา วัคซีนเหมือนนักมวย ชกคู่ต่อสู้หน้าตาเหมือนโควิด-19 ล้ม

แต่ก็ยังมีเจ้าเก่า จิตตก วิตกว่า ถ้าเชื้อยิ่งกลายพันธุ์ๆต่อไป จนไม่มียาขนานใดเอาอยู่เล่า

ถ้าเอาเรื่องนี้ถามผม ผมก็จะบอกว่า ถึงวันนั้น คงไม่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อันใดออกมา เพราะเจ้าพวกจิตตก หรือพวกมองโลกร้าย คงจะตายไปหมดแล้ว

เรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้ ระวังอย่าให้ใครเข้าใกล้ตัว หรือเสนอตัวเข้าไปใกล้ใคร จะรู้ได้ยังไง ใครมีเชื้อไม่มีเชื้อ เชื้อแถวไหนๆก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น.

กิเลน ประลองเชิง

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
619

มองไม่ออกว่าจะมีระบาดในรอบ 4 แค่รอบ 3 ติดเชื้อก็เกือบวันละหมื่นแล้วมองไม่ออกจริงๆ  09

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
3 ส

ใช่

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2