เชื่อผมซิ คนพวกนี้เลวกว่าคนที่โดน.......อย่างเทียบกันไม่ติด

เชื่อผมซิ คนพวกนี้เลวกว่าคนที่โดน.......อย่างเทียบกันไม่ติด

"เชื่อผมสิ คนพวกนี้เลวกว่าคนที่โดน 112 แบบเทียบกันไม่ติด"

พงศ์พรหม ยามะรัต รองหัวหน้าพรรคกล้า แสดงความเห็นและบอกเล่าขบวนการแอบอ้างผู้มีอำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยระบุผ่าน เฟซบุ๊ก “Pongprom Yamarat” ว่า

"ขอเกริ่นก่อนว่าที่โพสต์นี่ไม่ได้จะเจาะจงอะไรกับคนในภาพที่กำลังเป็นข่าวฉ้อโกงนะครับ ที่ผมสนใจคือ Persona คนแบบนี้ คนในรูปแบบนี้จะเข้ากับนักการเมือง และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไทยได้ดี จ่ายถึง จ่ายก่อน ให้ยืม ช่วยเหลือ

อาหารมื้อละ 50,000 บาท ไวน์วันเกิด 2 ลัง ค่าตั๋วเครื่องบิน พร้อมที่พักทั้งครอบครัว ใกล้หน่อยก็ฮ่องกง ไม่ก็พาไปดูบอลที่อังกฤษ หลังจากเริ่มได้มาสักโครงการ ผู้ใหญ่นักการเมือง ข้าราชการเหลานี้ก็จะขอยืมเงิน ล้านบาทบ้าง บางรายไปขนาด 100 ล้าน ขอยืมเงินไปลงทุนก่อน บางรายขอนาฬิกา Panerai ให้ลูก ทำกันเป็นเรื่องปกติ

และที่น่าห่วง และน่าใจหาย คือดูที่ปกเสื้อสิครับ คนแบบนี้ ยันนักการเมืองขี้โอ่ แต่ปัญญาขี้เลื่อย มักจะอวดกันว่าติด “เข็มกลัด” รุ่นไหน กี่อัน ใครได้รุ่นพิเศษมาจากใคร โคตรแอบอ้างเจ้า โคตรเกาะกินราชวงศ์

ที่พูดว่าแอบอ้างก็เพราะสิ่งที่พวกคุณหากินอยู่ ราชวงศ์เขาไม่ได้รู้เรื่อง ทำดีหลอกเขา เขาก็ยินดีด้วย แต่เวลาคุณวางแผนโกงโครงการ โกงชาวบ้านอยู่ตามห้อง VIP ร้านอาหารแพงๆ ท่านก็ไม่รู้ด้วย

แต่ที่โคตรเลวนี่คือคนตรงกลาง “ที่รู้” นี่แหละครับ นักการเมือง ข้าราชการ อธิบดี ตำรวจ ทหาร ที่จับมือเหลา Lobbyist มาหลอกประชาชน มาหลอกเจ้านี่แหละที่เลวสุด

พวกห่านี่ติดเข็มกลัดแบบนี้เต็มหน้าอกทุกคน รถต้องรถตู้แพงๆ ทะเบียนต้องสวย ต่อด้วยขอสติกเกอร์เข้ารัฐสภามาแปะประดับบารมี ผมเรียกนักการเมือง ข้าราชการเลวพวกนี้ว่าไอ้พวกนักฟอกขาวหลอกเจ้าเพื่อเอาเงิน

ผมเล่าวิธีให้ฟัง ขบวนการการฟอกขาวก็ตั้งแต่พามาแนะนำผู้ใหญ่ในวันเกิด วันเลื่อนตำแหน่ง วันห่าอะไรต่างๆ ที่มันมีกันได้ทุกวัน สักพักก็ส่งอาหาร ส่งของกำนัลมาให้ แล้วก็เริ่มนัดรับประทานข้าวส่วนตัว นัดตีกอล์ฟ อีผู้ใหญ่ไทยแทบทุกระดับก็ชอบของฟรี นาฬิกาฟรี ยันอาหารมื้อละ 50,000 บาท ตั๋วเครื่องบิน เบอร์ดารา พริตตี้แพงๆ มันชอบหมด เพราะมันลืมว่าตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้

จากนั้นก็เริ่มไปโครงการใหญ่ที่อ้างการกุศล กอล์ฟการกุศล ทำโน่นนี่เพื่อแผ่นดิน จัดโต๊ะจีนการกุศล จนถึงช่วยกันให้ไปเรียนหลักสูตรห่าเหวที่แข่งกันออกมาสอน เป็นอันฟอกขาวจบ

ปัญหามันอยู่ตรงนี้ ประเทศมันถึงพังกันอยู่แบบนี้ เด็กรุ่นใหม่มันถึงเบื่อ เบื่อจนลามไปถึงราชวงศ์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แทนที่นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจจะจับมือ “คนเก่งๆ” มาช่วยทำงานให้บ้านเมือง คน “เหลานี้” กลับชอบเอาคน “จ่ายเก่ง” มาทำงาน คือสนแต่ตัวกู เพราะกูขี้ไถ ขี้ชอบของฟรี ไม่ได้สนบ้านเมือง ไม่ได้รักเจ้าอะไรตามที่อ้าง

Fake news หรือศูนย์ IO “บางศูนย์” ถึงเจ๊งจนปัจจุบัน เพราะไม่เอาคนเก่งมาทำงาน แต่เอาคนจ่ายเก่งมาทำงานแทน ผลงานก็คือประเทศแตกแยก ราชวงศ์ถึงถูกถุยน้ำลายรดฟ้าอยู่ทุกวัน เพราะข้าราชการชั่วๆ พวกนี้มันเป็นได้แต่กาฝาก ไม่เคยนักเจ้า รักแผ่นดินจริง

เชื่อผมสิ คนพวกนี้เลวกว่าคนที่โดน 112 แบบเทียบกันไม่ติด"

ที่มา https://www.facebook.com/pongprom.yamarat/posts/4287314927945279

#VoiceOnline

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2

5 ความเห็น

 
ICT

จาตุรนต์ ฉายแสง
ต้องรีบเพิ่มงบเยียวยาโดยด่วน
.
ครม.อนุมัติโครงการเยียวยาเมื่อ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมาสรุปได้ดังตามภาพประกอบ

ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังเคยชี้แจงเอาไว้ว่า เตรียมขออนุมัติวงเงินในส่วนนี้ 8.55 หมื่นล้านบาท ยังไม่พบข้อมูลว่ามีการขอเพิ่มมากกว่านั้น

ปัญหาสำคัญก็คือ งบเยียวยาอย่างนี้ไม่เพียงพอที่จะดูแลประชาชนที่เดือดร้อน จำเป็นต้องเพิ่มอีกมากหลายเท่าตัวโดยด่วนครับ

ใน 1 ปีกว่าที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดอย่างหนักไป 2 ระลอก
ถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 โครงการเยียวยามีการอนุมัติไป 5.99 แสนล้านบาท ซึ่งเบิกจ่ายไปแล้ว 5.73 แสนล้านบาท

การแพร่ระบาดในระลอกที่ 3 นี้รุนแรงกว่าสองระลอกแรกอย่างมากและอาจจะอยู่กับเราไปอีกนาน ผู้ได้รับผลกระทบย่อมมากกว่าสองระลอกแรกจำนวนมาก

ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องพิจารณาอย่างมาก คือ ผู้ที่จำเป็นจะต้องได้รับการเยียวยาหลังจากนี้ไป จะต้องครอบคลุมประชาชนกลุ่มต่างๆ เหลานี้

1. ผู้ที่ได้รับผลกระทบเดิมที่เตรียมจะกลับมาประกอบอาชีพแต่ไม่สามารถทำได้ เช่น ภาคบริการที่โยงกับการท่องเที่ยว

2. ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดอาคารสถานที่หรือจำกัดเวลาในการประกอบกิจการ

3. ผู้ที่ต้องตัดสินใจหยุดทำมาหากิน อยู่บ้านดูแลลูกหลานหรือคนในครอบครัว

4. ผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างการกักตัว ทำให้ไม่สามารถทำงานเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้

5. ผู้ที่ติดเชื้อโควิดและต้องกักตัวหรืออยู่ระหว่างการรักษา ทำให้ขาดรายได้และไม่สามารถดูแลครอบครัวได้

การจัดแยกประเภทผู้ที่ควรได้รับการเยียวยาตามนี้เป็นคนละคอนเซ็ปต์กับที่รัฐบาลทำอยู่ แต่จำเป็นจะต้องมีการดูแลเยียวยาให้ตรงจุด เพื่อที่จะช่วยให้การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ผลดีมากยิ่งขึ้น เพราะจะช่วยให้ได้รับความร่วมมือจากผู้ที่ต้องถูกกักตัวหรือผู้ป่วยที่จะต้องได้รับการรักษา

ส่วนการจะเยียวยาประชาชนที่ยากจนเดือดร้อนจากสภาพทางเศรษฐกิจของประเทศที่ทรุดหนักมานาน เพราะความผิดพลาดจากการรับมือการแพร่ระบาดของรัฐบาล ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ควรทำ และอาจจะต้องใช้งบประมาณอีกมาก

โครงการประเภทคนละครึ่ง ที่หวังให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้นนั้นก็อาจจะยังมีประโยชน์ แต่จะได้ผลน้อยลงเนื่องจากคนขาดรายได้มานาน ไม่มีเงินจะจับจ่ายใช้สอย นี่ยังไม่ได้นับว่าหนี้สินต่างๆ ก็เพิ่มขึ้น

คิดแบบเร็วๆ งบประมาณที่จะใช้เยียวยาในรอบนี้ ไปจนถึงสิ้นปีหรือไตรมาสแรกของปีหน้าไม่ควรต่ำกว่า 6 แสนล้านบาทเป็นอย่างน้อย (ไม่นับรวมมาตรการทางการเงิน)

จะหาเงินมาจากไหน มีข้อจำกัดอย่างไรและจะแก้อย่างไรอีก เป็นเรื่องที่จะต้องมีการพูดคุยกันต่อไปครับ

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
ICT

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT
11 ปีที่แล้ว 14 พ.ค. : ถนนพระราม 4 - ลานพระบรมรูป ร.6 สวนลุมพินี บุญมี เริ่มสุข เสน่ห์ นิลเหลือง และ สมศักดิ์ ศิลารักษ์
(ภาพประกอบ ภรรยาลุงบุญมี เริ่มสุข ชูภาพสามีตนเอง หลังฟังคำสั่งศาลเมื่อวันที่ 16 ม.ค.56)
ช่วงเวลา 16.00-18.00 ของวันที่ 14 พ.ค.2553 บริเวณดังกล่าว ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช. โดยศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ภายใต้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น มีผู้ถูกยิงและเสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว 3 คน
เวลา 16.00 น. บุญมี เริ่มสุข 70 ปี อาชีพรับจ้าง ถูกยิงบริเวณหน้าร้านอาหารระเบียงทอง ถนนพระราม 4 กระสุนเข้าบริเวณท้องด้านซ้ายกระสุนตัด ลําไส้เล็กขาดตอน ด้วยกระสุนปืนขนาด . 223 (5.56 มม.) บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 28 ก.ค.53
โดยเมื่อวันที่ 16 ม.ค.56 ศาลมีคำสั่งในการไต่สวนการตาย พลิกรายแรก ที่ระบุว่า ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น 4 คดี ชี้ว่าเสียชีวิตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ได้แก่ คำ พันกอง, ชาญณรงค์ พลสีลา, ชาติชาย ชาเหลา, ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือ อีซา
เวลา 17.30 น. 14 พ.ค.63 เสน่ห์ นิลเหลือง 48 ปี คนขับรถแท็กซี่ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกโดดบริเวณหน้าอกทะลุเส้นเลือดใหญ่และปอด เสียชีวิต หน้าปั๊ม ปตท. บ่อนไก่ ปากซอยปลูกจิต 1 ถ.พระราม4 คดียังไม่มีความคืบหน้า
เวลา 18.00 น. สมศักดิ์ ศิลารักษ์ 29 ปี รับจ้าง โดยเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2556 ศาลมีคำสั่งในการไต่สวนการตายระบุว่า เสียชีวิตเนื่องจากกระสุนปืนขนาด .223 นิ้ว หรือ 5.56 มิลลิเมตรทำลายสมองโดยมีวิถีกระสุนมาจากบริเวณด้านหน้าพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 แต่ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง :
- พลิกรายแรก! ไต่สวนการตาย ‘ลุงบุญมี’ เหยื่อกระสุนพ.ค. 53 ไม่ทราบผู้ลงมือกระทำ https://prachatai.com/journal/2013/01/44703
- ข่าวสดเผย "เสน่ห์ นิลเหลือง" เหยื่อกระสุน “กระชับวงล้อม” สวมลุมไนท์บาซาร์ https://prachatai.com/journal/2010/06/29855
- คลิปช่วงที่ สมศักดิ์ ศิลารักษ์ ถูกยิงเสียชีวิต https://www.youtube.com/watch?v=0JKCsdqUMjM
10 ปีสลายแดง : ย้อนรอยคดีศาลชี้ 'ตายจากกระสุนทหาร' แต่ยังไม่มีใครรับโทษ https://prachatai.com/journal/2020/04/87162
10 ปีสลายเสื้อแดง: กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง(ศาลโลก) เมื่อความยุติธรรมต้องรอการเมืองเปลี่ยน https://prachatai.com/journal/2021/01/91260
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่โคตรควาย

โกรธแล้ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1