ยึดสภาผู้แทนราษฎร !!!

ยึดสภาผู้แทนราษฎร !!!

https://www.matichon.co.th/politics/politics-in-depth/news_2676408

09.00 INDEX ยุทธศาสตร์ ส่งสมัคร 350 เขต เพื่อไทย ตั้งเป้า ยึดสภาผู้แทน

 

คำสั่งพรรคเพื่อไทย ที่ 0001/2564 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้ง ซึ่งลงนามโดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค สะท้อนอะไร

เด่นชัดยิ่งว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับ “การเลือกตั้ง” ขณะเดียวกันก็สะท้อน “ยุทธศาสตร์” ของพรรค

เพราะเนื้อหาคำสั่งระบุ “พรรคมีเป้าหมายส่งผู้สมัคร ส.ส.ครั้งต่อไปทั้ง 350 เขต สมควรต้องให้ความสำคัญ ดูแลพื้นที่ และฐานเสียงพรรคต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าใจความสัมพันธ์อันดี

“ระหว่างพรรค ส.ส. ผู้สมัครของพรรคกับประชาชน”

ประเด็นมิได้อยู่ที่ว่าพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมจะรับมือกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ หากแต่อยู่ที่ความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวที่จะส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขตทั่วประเทศ

ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะยังเป็นอยู่อย่างที่ประกาศและบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน 2560 หรือไม่ พรรคเพื่อไทยก็พร้อม

ขณะเดียวกัน ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะมีการแก้ไขไปตามเจตจำนงและเป้าหมายที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองโดยพรรคพลังประชารัฐและ 250 ส.ว.อย่างไร พรรคเพื่อไทยก็ไม่หวั่น

 

หากเปรียบเทียบกับยุทธศาสตร์ ทางการเมืองในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 สะท้อนให้เห็นถึงการสรุปและการปรับเปลี่ยนจากบทเรียนและความจัดเจนเมื่อ 2 ปีก่อน

กล่าวในรายละเอียดยังดำเนินยุทธศาสตร์เหมือนกันตามแนวทาง “แยกกันเดิน รวมกันตี” แต่ก็มีการยืนหยัดในบางจุด

นั่นก็คือ แม้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 จะมีการแบ่งสันปันส่วนระดับเขตระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพันธมิตร แต่สำหรับครั้งต่อไปพรรคเพื่อไทยยืนหยัด 350 เขตอย่างแน่วแน่

 

ขณะเดียวกัน พันธมิตรในแนวร่วมบางส่วนอาจจะเน้นระดับเขตในบางพื้นที่ แต่กล่าวโดยทิศทางใหญ่แล้วมีเป้าหมายไปยัง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อมากกว่า

ยุทธศาสตร์นี้ พรรคเพื่อไทยกะจะดับเครื่องชนกับพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นหลัก แต่ก็ไม่ละเว้นต่อบางพื้นที่อันเป็นของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์

จากนี้จึงเห็นได้ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้วางเป้าหมายที่ 100 หากแต่ตั้งเป้าหมายที่ 200 ขึ้นไป กระทั่งทะลุถึง 300 ด้วยซ้ำ เพื่อเป็นหลักประกันว่าสามารถยึดสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างเป็นจริง

จากนั้น จึงสามัคคีกับพันธมิตรในแนวร่วมเพื่อให้สร้างปมที่จะนำไปสู่การ”ปิดสวิตช์ ส.ว.”อย่างมีประสิทธิภาพ

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2

3 ความเห็น

 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2070088

ฟุดฟิดฟอไฟ

17 เม.ย. 2564 05:07 น.

วิกฤติโควิดระบาดใหญ่ ทำให้นายกฯลุงตู่เสียรัง วัดไปบานตะไท ล่าสุด ดันมีคนในรัฐบาลทำเรื่องบานทะโร่ให้รัฐบาล ลุงตู่เสียรังวัดหนักขึ้นอีกหลายสิบกิโล

มีข่าวฉาวโฉ่ว่า “นักการเมืองชื่อ ส.” มีตำแหน่งใหญ่โตในกระทรวงยุติธรรม ส่งลูกน้องคนสนิทไปสอบวิชาภาษาอังกฤษ หลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาการเมืองแทนตัวเอง

แต่ถูกกรรมการสอบจับได้ว่าคนที่ไปนั่งสอบวิชาภาษาอังกฤษไม่ใช่ “นาย ส.ตัวจริง” แต่เป็น “นาย ส.ตัวปลอม”

เหตุเกิดที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อต้นเดือนมีนาคม

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าถ้าข่าวนี้เป็นความจริง ความผิดฐานทุจริตการสอบวิชาภาษาอังกฤษ หลักสูตร ปริญญาเอก

ไม่ใช่ลงโทษให้สอบตกแค่วิชาเดียว

ยังต้องถูกลบชื่อออกจากนักศึกษาตามกฎกติกามหาวิทยาลัย

ยิ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ซึ่งต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณ-สมบัติสำคัญ การให้คนอื่นดอดไปสอบแทนตัวเอง ถือเป็นการทุจริตโดยเจตนา

เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองอย่างร้ายแรง!!

ปลดจากตำแหน่งการเมืองไม่พอ ยังต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแถมอีกกระทง

ตอนที่ข่าวปูดออกมาวันแรกว่ามี “นักการเมืองชื่อ ส.” สังกัดกระทรวงยุติธรรม ให้ลูกน้องใกล้ชิดไปสอบวิชาภาษาอังกฤษแทนตัวเอง

ใครๆก็พุ่งเป้าไปที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม

แต่ “นายสมศักดิ์” ออกมาปฏิเสธไม่เคยลงทะเบียนเรียนปริญญาเอกอย่างสิ้นเชิง

ข้อสำคัญ ผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองในกระทรวงยุติธรรมมีชื่อ ส.ซ้ำกัน 2 คน

“ส.อีกคน” คือ “นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรียุติธรรม ซึ่งเป็นเด็กในคาถาลุงป้อมร้อยเปอร์เซ็นต์

ฝ่าย “ลุงป้อมพี่ใหญ่ 3 ป.” เมื่อทราบข่าวลูกน้องใกล้ชิดก่อเรื่องอื้อฉาวทำให้พรรคพลังประชารัฐหมองมัว

จึงสั่งตั้งคณะกรรมการสอบ ข้อเท็จจริงให้เกิดความกระจ่างแจ้งแดงแจ๋ภายใน 14 วัน

หากเป็นเรื่องจริงจะสั่งลงโทษเด็ดขาดไม่ไว้หน้าใคร

สุดท้ายคนถูกหวยโดยไม่ต้องซื้อลอตเตอรี่ คือ “นายสามารถ” ผู้ช่วยรัฐมนตรียุติธรรม ซึ่งยอมรับว่าเรียนปริญญาเอกจริง

แต่ไม่เคยให้ใครไปสอบวิชาภาษาอังกฤษแทน อย่างที่มีผู้ไม่ประสงค์ดีปล่อยข่าวโจมตี

พร้อมประกาศให้รางวัลสองแสนบาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสว่าไอ้โม่งตัวไหนที่เอาข่าวเท็จไปปูดกับสื่อมวลชน??

ปรากฏว่า นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.คนดังพรรคเดียวกัน ออกมาประกาศทันทีว่าตัวเขานี่แหละเป็นผู้ส่งข้อมูลให้ผู้สื่อข่าวเอง

แถมโชว์เอกสารราชการจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นใบเสร็จยืนยัน

ศึกสายเลือดยกนี้ เด็กลุงป้อมกับเด็กลุงป้อมปะฉะดะกันเอง

ใครจะโดนน็อกสลบคาเวทีรออีกแป๊บนะคุณโยม.

"แม่ลูกจันทร์"

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    4
 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/society/2070115

แผนวัสสการพราหมณ์

17 เม.ย. 2564 05:01 น.

ทุกครั้งที่เขียนถึงธรรมะ ข้ออปริหานิยธรรมของชาววัชชี ผมต้องสะดุดใจ พระพุทธเจ้าทรงสอนธรรมะตามวิสัยพระหรือทรงสนองอำนาจการเมือง ชี้จุดอ่อนให้แคว้นมคธโจมตีแคว้นวัชชี

ลองอ่าน มหาปรินิพพานสูตร จากพระไตรปิฎก สำหรับประชาชน (กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม พิมพ์ พ.ศ.2548) อีกที

เริ่มเรื่องว่า พระพุทธเจ้าประทับ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้กรุงราชคฤห์ พระเจ้าอชาตศัตรูกษัตริย์แคว้นมคธต้องการจะตีแคว้น วัชชี ส่งวัสสการพราหมณ์ไปเฝ้า เล่าความให้ทรงทราบ ให้พราหมณ์ฟังดูว่า จะทรงพยากรณ์อย่างไร

พระพุทธเจ้าตรัสถามพระอานนท์ ถึงธรรมะ 7 ประการที่ชาววัชชีประพฤติกัน อันจะหวังความเจริญได้โดยส่วนเดียว ไม่มีเสื่อม ว่าเคยฟังมาบ้างหรือเปล่า

พระอานนท์กราบทูลว่า เคยได้ฟังทีละข้อว่า...ชาววัชชีนั้น

1.จะหมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ 2.จะพร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจของชาววัชชี 3.จะไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ จะไม่ถอนสิ่งที่บัญญัติไว้แล้วจะประพฤติปฏิบัติในวัชชีธรรมอันเป็นของเก่า

4.จะเคารพเชื่อฟังชาววัชชีผู้แก่เฒ่า 5.จะไม่ก้าวล่วงข่มเหงกุลสตรี กุลกุมารี 6.จะเคารพนับถือเจดีย์ของชาววัชชีทั้งภายในและภายนอก ไม่ละเลยพลีกรรมอันเป็นธรรมที่ให้เคยทำ

7.จะจัดการรักษาคุ้มครองอันเป็นธรรม ในพระอรหันต์ของชาววัชชี จะตั้งใจว่าพระอรหันต์ที่ยังไม่มา ขอให้มา ที่มาแล้วขอให้เป็นสุข

เมื่อพระอานนท์กราบทูลจบ พระพุทธเจ้าตรัสแก่วัสสการพราหมณ์ว่า “ตถาคต เคยตรัสแสดงวัชชีอปริหานิยธรรม 7 ประการณ์ ที่สารันทเจดีย์มาแล้ว”

วัสสการพราหมณ์กราบทูลว่า “เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ก็หวังความเจริญได้ ไม่มีเสื่อม จะกล่าวไยถึง 7 ข้อ พระเจ้าอชาตศัตรู ไม่ควรทำการรบกับชาววัชชี เว้นไว้แต่ใช้วิธียุ หรือทำให้แตกกัน”

แล้ววัสสการพราหมณ์ก็กราบทูลลากลับ

ผมพิจารณาเนื้อหาพระไตรปิฎก ครั้งนี้จับกระแสได้ เรื่องการเมืองมาถึงพระพักตร์ โดยฐานะพระ อาศัยแคว้นมคธเป็นศูนย์กลางเผยแผ่พุทธศาสนา จะไม่ทรงรับฟังเสียเลยก็ไม่ได้

แต่จะสนอง แนะนำให้นักการเมืองรบกันตรงๆก็ผิดสมณวิสัย ยิ่งไม่ได้อีก

ท่าทีของพระพุทธเจ้าทรงรักษาท่าทีมาก ทั้งยังทรงอาศัย ปัญหาการเมือง เรียกประชุมสงฆ์ ทรงสอนอปริหานิยธรรม ฉบับพระให้สงฆ์ฟังต่อ

การเมืองสมัยพุทธกาล มี 16 แคว้นมหาอำนาจ แคว้นมคธ ของพระเจ้าอชาตศัตรู เป็นแคว้นใหญ่แข่งบารมีกับแคว้นโกศล พระเจ้าอชาตศัตรูทรงเล็งขยายอาณาเขตไปที่แคว้นวัชชี ที่อยู่ทางเหนือ

ทรงรอจนหลังพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน จึงวางแผนยาว ส้องสุมกำลังตั้งเมืองใหม่จ่อแดนแคว้นวัชชี แล้ววางอุบายโบยตีวัสสการพราหมณ์ เข้าไปรับใช้แคว้นวัชชี เจ้าลิจฉวีหลงกล ถูกยุแหย่ให้แตกแยกกัน

สถานการณ์สุกงอม ทัพมคธยกประชิด ไม่มีกษัตริย์วัชชีองค์ใดออกมารบสู้เลย เพราะมัวแต่เกี่ยงกัน

แผนวัสสการพราหมณ์ เป็นพิชัยสงคราม บทสำคัญที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎกครับ พ่อขุนเม็งราย เจ้าเชียงใหม่ เคยใช้ “ขุนฟ้า” ไปยุแหย่ หริภุญไชย จนยึดหริภุญไชยได้ ในเวลาไม่นาน

ส่วนสถานการณ์บ้านเมืองยุคใหม่ ไม่ต้องใช้งานวัสสการพราหมณ์ เพราะแตกกันเละตุ้มเป๊ะอยู่แล้ว.

กิเลน ประลองเชิง

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    3
 
3 ส

 เพื่อไทย

ยกนิ้ว เยี่ยมมาก

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2